ห้องทำงานและอ่านหนังสือ (Office)

ห้องทำงานและอ่านหนังสือนับเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความสำคัญต่อการอยู่อาศัยของคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง เจ้าบ้านหลายๆท่านอาจจะคิดเพียงว่าห้องทำงานและอ่านหนังสือนั้นเป็นเพียงพื้นที่ห้องที่อาจจำเป็นแต่เพียงเฉพาะเจ้าบ้านที่ทำงานอิสระหรือทำงานที่บ้าน แต่ความจริงแล้วนั้นพื้นที่ส่วนนี้เป็นพื้นที่ที่จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศทั้งของการทำงานและการทบทวนความรู้ของเด็กๆในครอบครัว เพราะในยุคสมัยนี้การเรียนรู้ในด้านต่างๆนั้นไม่ถูกจำกัดเพียงแต่อยู่ภายในโรงเรียนเพียงที่เดียว

นอกจากนี้พื้นที่ห้องทำงานและอ่านหนังสือยังอาจมีการใช้สอยเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่คนในครอบครัวแต่ละคนจะได้ใช้เวลาร่วมกัน นอกเหนือไปจากการพักผ่อนหย่อนใจในบริเวณพื้นที่อื่นๆอีกด้วย

คาแรคเตอร์ที่สำคัญของห้องทำงานและอ่านหนังสือที่ดีเป็นอย่างไร
คีย์สำคัญของการออกแบบบรรยากาศและการใช้สอยของพื้นที่ห้องทำงานและอ่านหนังสือนั้น คือบรรยากาศที่สบายๆผ่อนคลาย มีแสงสว่างที่เพียงพอต่อการอ่านหนังสือและนั่งทำงาน เป็นพื้นที่ที่มีความสงบและเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์หรือสิ่งของที่จำเป็นต่อการทำงานและการอ่านหนังสือเพียงเท่านั้น เพื่อให้การทำงานและการอ่านหนังสือนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นไม่สะดุดติดขัดตลอดเวลาที่คุณใช้สอยพื้นที่

การตกแต่งภายในห้องทำงานและอ่านหนังสือจึงอาจไม่จำเป็นต้องมีความหวือหวาหรือแลดูตื่นเต้นเร้าใจมากมายนักซึ่งจะขัดต่อการสร้างบรรยากาศพื้นที่ที่ต้องการสมาธินั่นเอง อย่างไรก็ตามในกรณีที่บ้านของคุณมีเจ้าตัวเล็กที่วัยกำลังซนและสดใส การออกแบบห้องสำหรับอ่านหนังสือหรือเรียนรู้อาจออกแบบให้มีบรรยากาศที่ดูสนุกสนานขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นแล้วในการออกแบบพื้นที่ห้องทำงานและอ่านหนังสือที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเป็นพื้นที่ที่ให้ความสะดวกสบายแก่คนในครอบครัวในการทำงานให้สำเร็จและเรียนรู้อ่านหนังสืออย่างมีสมาธิ โดยปราศจากสิ่งรบกวนสมาธิทั้งจากภายในห้องและภายนอกพื้นที่ห้องทำงานนั้นๆ

สำหรับคุณเจ้าบ้านจะเริ่มมองหาไอเดียการออกแบบตกแต่งห้องทำงานและอ่านหนังสือได้อย่างไร
โดยแรกเริ่มเมื่อคุณวางแผนจะมีห้องทำงานและอ่านหนังสือไว้ใช้สอย คุณต้องระบุอย่างชัดเจนถึงความต้องการในการใช้งานพื้นที่ทำงานของคุณ ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับอาชีพหรือลักษณะงานที่คุณต้องการนำกลับมาทำที่โฮมออฟฟิศของคุณ บางบ้านอาจต้องการพื้นที่โปร่งๆเพื่อใช้พื้นที่กว้างๆ หรือบางบ้านอาจต้องการชั้นวางหนังสือที่บรรจุหนังสือได้เป็นจำนวนมากและหยิบจับได้สะดวก เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่คุณเจ้าบ้านจำเป็นต้องตอบตนเองให้ได้ว่าต้องการพื้นที่เพื่อให้ใช้ทำงานอย่างไร ซึ่งใน Homify เองก็มีไอเดียตัวอย่างจากนักออกแบบและเจ้าบ้านท่านอื่นๆมากมายในหลายๆสไตล์และรูปแบบการออกแบบให้คุณได้ลองค้นหาสไตล์แบบที่ชื่นชอบ นอกจากนี้แล้วคุณเองก็ยังสามารถปรึกษากับสถาปนิกและนักออกแบบตกแต่งภายในถึงคอนเซปต์การออกแบบพื้นที่ห้องทำงานและอ่านหนังสือให้เหมาะสมกับการใช้งานของครอบครัวคุณ (รวมถึงเหมาะสมกับงบประมาณที่คุณมี) ได้เช่นเดียวกัน

วัสดุพื้น ผนังและองค์ประกอบอื่นๆที่ควรใช้กับห้องทำงานและอ่านหนังสือควรใช้แบบไหน
สำหรับองค์ประกอบทางกายภาพต่างๆที่อยู่ภายในห้องทำงานและอ่านหนังสือนั้นไม่ได้มีการระบุถึงชนิดหรือประเภทที่ตายตัว เนื่องจากแต่ละบ้านแต่ละครอบครัวก็มีความต้องการด้านการใช้งานพื้นที่ที่อาจแตกต่างกันไปตามการทำงานของแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามวัสดุที่จะช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศมีความผ่อนคลายและเหมาะกับการมีสมาธินั้นควรเน้นเป็นวัสดุที่มีผิวสัมผัสธรรมชาติเช่น การใช้พื้นไม้ปาเก้สีอ่อน พื้นคอนกรีตผิวขัดมันโทนสีเทา หรือพื้นกระเบื้องโทนสีสว่างซึ่งจะช่วยให้ห้องมีความสว่างสดใสขึ้น เป็นต้น เช่นกันในส่วนของวัสดุผนังที่ควรเลือกใช้ผนังที่มีโทนสีสว่างเป็นหลักอย่างสีขาวหรือสีพาสเทลอ่อนๆ ทั้งนี้หากเจ้าบ้านชื่นชอบสีเข้มๆก็อาจใช้สีเทาหรือดำซึ่งจะช่วยให้เราโฟกัสกับงานและมีสมาธิขึ้นได้อีกเช่นกัน

นอกจากองค์ประกอบของพื้นและผนังแล้ว การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ภายในห้องทำงานและอ่านหนังสือก็เป็นสิง่สำคัญที่จะช่วยให้การใช้งานพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เฟอร์นิเจอร์หลักที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนั่งทำงาน ซึ่งอาจเลือกให้เหมาะสมทั้งสำหรับการวางคอมพิวเตอร์หรือสำหรับนั่งเขียนหนังสือ โดยต้องคำนึงถึงความสบายในการใช้ทำงานและความสบายในการนั่งเป็นหลัก ในมุมอ่านหนังสืออาจมีการเลือกใช้โซฟานุ่มๆเพื่อให้สามารถนั่งได้สบายๆได้ด้วยนอกเหนือจากการใช้เก้าอี้นั่งสำหรับทำงาน ส่วนเฟอร์นิเจอร์ชั้นวางอาจมีการเลือกใช้แบบที่ผสมผสานแบบเคลื่อนย้ายได้เพื่อความยืดหยุ่นและแบบบิลท์อินเป็นส่วนหนึ่งของผนัง ก็จะทำให้เราได้ใช้พื้นที่ห้องได้อย่างคุ้มค่าเต็มที่ทุกตารางนิ้ว

สไตล์การตกแต่งห้องทำงานและอ่านหนังสือที่เป็นที่นิยม
นอกจากเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานแล้ว เชื่อว่าคุณผู้อ่านย่อมต้องสนใจไอเดียการตกแต่งห้องทำงานและอ่านหนังสือให้มีบรรยากาศที่สวยตรงกับรสนิยมความชอบของตนเองเป็นแน่แท้ เราลองมาดูกันเลยว่าคอนเซปต์การตกแต่งห้องทำงานและอ่านหนังสือที่เป็นที่นิยมนั้นมีสไตล์ไหนบ้าง

ห้องทำงานและอ่านหนังสือสไตล์โมเดิร์น
ห้องทำงานในแบบโมเดิร์นนั้นมีเอกลักษณ์ที่ความเรียบง่ายแต่ทันสมัยของรูปทรงที่ตรงไปตรงมาหรืออาจมีความโฉบเฉี่ยวได้บ้างเล็กน้อย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่นั่งและโต๊ะทำงานที่อาจมีการจัดวางตามแนวผนังหรือหันพื้นที่ส่วนทำงานให้สามารถมองออกไปยังช่องเปิดหน้าต่างกระจกภายนอกเพื่อรับมุมมองธรรมชาตินอกบ้าน โทนสีที่นิยมใช้มักเป็นสีขาว เทา และเติมความอบอุ่นให้บรรยากาศด้วยวัสดุผิวสัมผัสไม้สีธรรมชาติ นอกจากนี้การตกแต่งด้วยโคมไฟรูปทรงทันสมัยก็จะช่วยให้มีความทันสมัยสะท้อนออกมาชัดเจนขึ้น

ห้องทำงานและอ่านหนังสือสไตล์มินิมัล
ขึ้นชื่อว่าสไตล์มินิมัลแล้ว คงหนีไม่พ้นคอนเซปต์ความน้อยแต่มากซึ่งมีคีย์สำคัญอยู่ที่การเลือกใช้องค์ประกอบสำหรับการใช้งานให้มีพร้อมเท่าที่จำเป็น โดยไม่ต้องใช้พื้นที่มากในการแบ่งเป็นห้องทำงานหรืออ่านหนังสือ ไม่ต้องตกแต่งหรือใช้องค์ประกอบที่ทำให้บรรยากาศแลดูซับซ้อน รวมถึงการเน้นบรรยากาศที่โปร่งโล่งแลดูเบาสบาย เฟอร์นิเจอร์และโทนสีที่นิยมใช้จึงมักใช้สีขาวและวัสดุไม้สีอ่อน และเป็นแบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน นอกจากนี้ยังอาจมีการเติมแต่งด้วยเส้นสายของวัสดุสีดำหรือใช้พืชพรรณไม้กระถางขนาดเล็กเพื่อเพิ่มความสดชื่นและเป็นจุดสนใจภายในพื้นที่ได้

ห้องทำงานและอ่านหนังสือสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์
เรามักจะได้เห็นงานออกแบบภายในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ที่ร้านกาแฟหรือคาเฟ่ซึ่งมักจะมีผู้คนเข้าไปนั่งทำงานในระหว่างวันเป็นจำนวนมาก ลองจินตนาการถึงบรรยากาศแบบดิบเท่ที่อยู่ภายในบ้านคุณที่ซึ่งคุณสามารถจะเข้าใช้เพื่อทำงานและอ่านหนังสือได้อย่างสบาย งานตกแต่งสไตล์ลอฟท์ของห้องทำงานจะเน้นที่การใช้วัสดุแบบเปลือยไร้การเคลือบสีหรือปรุงแต่ง หรือมีการปกปิด เช่นการใช้ผนังคอนกรีตขัดมันสีเทาและผนังไม้จริง ส่วนของเพดานที่อาจทำการเปิดโล่งและติดตั้งไฟส่องสว่างแบบแขวนและไม่จำเป็นต้องมีฝ้าเพดาน หรือเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวเป็นหลักและมีช่องเปิดกระจกเพื่อรับแสงธรรมชาติ นอกจากนี้การใช้วัสดุเหล็กสีดำบริเวณขอบของประตูหรือหน้าต่าง ก็ช่วยให้บรรยากาศมีความดิบเท่และมีคอนเซปต์ของวัสดุที่ชัดเจนขึ้น

Leave a Reply